Huge Kof ปรับกลยุทธ์รับการเติบโต 300 เท่า บริหารธุรกิจด้วย SAP Business One จาก NDBS
ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะเห็นธุรกิจไทยที่สามารถเติบโตก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่ง Huge Kof โรงงานผลิตกาแฟและอาหารเสริมก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตได้อย่างน่าจับตามอง ด้วยการเติบโตมากกว่า 300 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
รู้จัก Huge Kof โรงงานผลิตกาแฟคุณภาพรายใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศไทย
คุณนีรนุชได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Huge Kof ว่าในช่วงแรกเริ่มนั้น Huge Kof ได้เริ่มจากการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตกาแฟมาบริหารต่อด้วยเป้าหมายในการทำธุรกิจการผลิตกาแฟแบบครบวงจร ต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่ก่อนเข้าซื้อกิจการมานั้นมุ่งเน้นไปที่การทำ OEM ให้กับกาแฟสำเร็จรูปแบรนด์ใหญ่เป็นหลักเท่านั้น

เมื่อผู้บริหารของ Huge Kof เข้ามาบริหารโรงงานแห่งนี้ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง เช่น
– การเพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยรวม โดยในแต่ละวันสามารถคั่วเมล็ดกาแฟได้มากถึง 18 ตัน– คัดสรรเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยและต่างชาติรายใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นทางเลือกให้แบรนด์กาแฟสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดได้หลากหลายมากขึ้น และมีปริมาณเมล็ดกาแฟเพียงพอต่อการผลิต– ปรับธุรกิจให้มีความครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มี Supplier ที่หลากหลาย มีกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอย่างครบถ้วน และมีทีมบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจ้างผลิตแบบ OEM/ODM

– เปลี่ยนการบริหารคลังสินค้าสู่รูปแบบ Lean ไม่มี Stock ขนาดใหญ่ แต่สามารถสั่งวัตถุดิบให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อได้อยู่เสมอ และสามารถผลิตกาแฟให้ลูกค้าได้โดยไม่มี MOQ ขั้นต่ำ– ดำเนินการให้กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพและแรงงาน– มีการลงทุนร่วมหุ้นกับโรงงานในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณ Supply ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ทำให้ธุรกิจของ Huge Kof เข้มแข็งขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งในกลุ่มของลูกค้าประจำที่มีการสั่งสินค้าปริมาณมาก ก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ในตลาด OEM/ODM ช่วยสร้างแบรนด์กาแฟไทยให้แพร่หลายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทยได้อย่างครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น Huge Kof ยังได้มีการต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดอาหารเสริมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากพืช, วิตามิน, คอลลาเจน, ชา, กาแฟ หรือโกโก้ ซึ่งสามารถทำสูตรได้หลากหลายในแพ็คเกจจิ้งที่ต้องการ พร้อมทีมงาน ช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์ ออกแบบกราฟฟิกอย่างครบวงจร ส่งผลให้ Huge Kof กลายเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ในหลากหลายแง่มุม

เมื่อหันมาพิจารณาในแง่ผลประกอบการ Huge Kof นั้นสามารถใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีในการสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้มากกว่า 300 เท่า โดยหากอ้างอิงจากข้อมูลของ DBD จะเห็นตัวเลขดังนี้
– ปี 2020 รายได้ 1,091,506 บาท กำไร -5,714,969 บาท– ปี 2021 รายได้ 44,568,422 บาท กำไร -7,425,394 บาท– ปี 2022 รายได้ 282,048,420 บาท กำไร 14,771,308 บาท– ปี 2023 รายได้ 363,733,246 บาท กำไร 26,485,381 บาท

ข้อมูลนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร Huge Kof ที่มีความชัดเจน และเจาะกลุ่มตลาดได้อย่างเหมาะสม เร่งสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และพลิกธุรกิจกลับมากำไรได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huge Kof หรือต้องการร่วมงานสั่งผลิตกาแฟ ชา โกโก้ หรืออาหารเสริม สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hugekof.com/

เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย พร้อมการวางแผน Supply Chain ที่ดี
คุณนีรนุชได้เผยถึงเบื้องหลังการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Huge Kof ที่มีเคล็ดลับสำคัญนั้นคือเรื่องของการเลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับการวางแผนระบบ Supply Chain ที่ดีเพื่อให้การบริหารธุรกิจมีความแม่นยำมากที่สุด

ในแง่ของการใช้เทคโนโลยีนั้น ทาง Huge Kof เองก็มีการลงทุนทั้งในส่วนของ Operational Technology (OT) อย่างเช่นเครื่องจักร เพื่อให้โรงงานมีกำลังผลิตที่สูง ควบคุมคุณภาพได้ และสามารถผลิตสินค้าได้หลายชนิดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วอยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการลงทุนในส่วนของ Information Technology (IT) เพื่อให้การบริหารธุรกิจนั้นมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำครบถ้วนประกอบในทุกการตัดสินใจวางกลยุทธ์ใหม่ๆ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ Huge Kof เติบโตได้อย่างมั่นคง

การอาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วยนี้ ทำให้ Huge Kof ที่มีพนักงานเพียงแค่ 70 คนนั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าได้อย่างแม่นยำว่องไว ไปจนถึงการบริหารจัดการธุรกิจตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ธุรกิจมีอัตราส่วนระหว่างรายรับและจำนวนพนักงานที่สูง

ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการ Supply Chain ของ Huge Kof ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญต่อการเติบโตเช่นกัน โดยคุณนีรนุชเล่าว่าที่ Huge Kof นั้นจะพยายามใช้หลักการ Lean Manufacturing ในการผลิต และเน้นเรื่องของการจัดการกระบวนการในทุกภาคส่วนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเมื่อเทคโนโลยีทำให้ Huge Kof มีศักยภาพในการผลิตที่สูงแล้ว จุดสำคัญที่ผู้บริหารต้องใส่ใจเป็นพิเศษจึงกลายเป็นเรื่องของการบริหารวัตถุดิบและคลังสินค้า

คุณนีรนุชเผยว่าที่ Huge Kof นั้นไม่ได้มีการเก็บ Stock ของวัตถุดิบเอาไว้มากนัก แต่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสัมพันธ์กับ Supplier ให้มีความแน่นแฟ้น เพื่อให้การสั่งซื้อวัตถุดิบนั้นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ช่วยให้การบริหารต้นทุนของการผลิตเป็นไปได้อย่างยืดหยุ่น

อย่างไรก็ดี การเติบโตที่รวดเร็วของธุรกิจ และการพัฒนา SKU ใหม่จำนวนมากเพื่อตอบรับความต้องการของตลาด OEM และ ODM นี้เอง ก็ทำให้ Huge Kof ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้นจากความซับซ้อนในการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และประเด็นนี้เองก็ได้กลายเป็นที่มาว่า ทำไม Huge Kof จึงต้องเริ่มมองหาระบบสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจที่มีข้อมูลให้พร้อมใช้งานได้ในแบบ Real-Time

ตัดสินใจใช้ระบบ ERP จาก SAP Business One บริหารธุรกิจครบวงจร วางแผนได้อย่างแม่นยำ
Huge Kof มีการใช้งานเพียงแค่ระบบ Software จัดการทางด้านบัญชีเท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะสามารถใช้งานได้ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้น และมี SKU ที่หลากหลายขึ้น ก็เริ่มพบกับข้อจำกัดของ Software ที่ใช้งานอยู่เดิม ซึ่งไม่สามารถช่วยจัดการกับคลังสินค้าหรือการผลิตได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้วิเคราะห์เชิงธุรกิจ ทาง Huge Kof จึงต้องเริ่มมองหาระบบ ERP สำหรับการใช้งานอย่างเต็มตัว

เมื่อเริ่มมีโจทย์ในการเฟ้นหาระบบ ERP แล้ว ผู้บริหารของ Huge Kof ก็ได้ร่วมกับฝ่ายบัญชีและฝ่ายบริหารโรงงานในการพิจารณาโซลูชั่น ERP ที่หลากหลาย โดยเมื่อตัดสินใจจากรูปแบบของการใช้งานแล้ว ทุกฝ่ายก็ได้ตัดตัวเลือกจนเหลือเพียงแค่ SAP Business One และ SAP S/4HANA เท่านั้น

NDBS พันธมิตรที่ Huge Kof มั่นใจ ขึ้นระบบ SAP Business One ได้ใน 6 เดือน ด้วยบริการที่น่าประทับใจ
ทันทีที่ Huge Kof มีความชัดเจนทางด้านโซลูชั่นระบบ ERP ที่ตนเองต้องการว่าจะเป็น SAP Business One แล้ว การเลือก SAP Implementer ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและมีประสบการณ์ในการวางระบบ ERP ให้กับธุรกิจรูปแบบที่ใกล้เคียงกันก็เป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ในโครงการนี้ Huge Kof ได้ตัดสินใจร่วมงานกับ NTT Data Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS จากปัจจัยดังต่อไปนี้
– NDBS เป็น SAP Global Partner จีงมีความน่าเชื่อถือในแง่ของความรู้และประสบการณ์ที่มีต่อระบบ SAP– NDBS มีลูกค้ารายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมที่มีความใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีความเข้าใจในธุรกิจไทย และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง– NDBS สามารถให้คำแนะนำได้อย่างชัดเจนว่ากระบวนการใดควรนำไปใช้งานบน SAP อย่างไร หรือหากต้องมีการพัฒนาส่วนเสริมหรือการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบอื่นๆ ทาง NDBS ก็พร้อมพัฒนาระบบต่อยอดในส่วนนี้ให้ได้ทันที

คุณนีรนุชระบุว่านับตั้งแต่ที่ได้ร่วมงานกับ NDBS ในโครงการ SAP Business One มา ก็มีความประทับใจเป็นอย่างมาก โดยทีมงานของ NDBS ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ การให้คำแนะนำในการจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ จนทำงาน Huge Kof ที่เริ่มต้นระบบ ERP จากประสบการณ์ที่เป็นศูนย์ สามารถขึ้นระบบและ Go Live กันได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน และได้รับรายงานทางธุรกิจสำหรับใช้งานจริงในภาคส่วนต่างๆ ที่พร้อมใช้งานได้ตั้งแต่ Day 1

ทุกวันนี้ถึงแม้ระบบจะ Go Live ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทีมงานของ Huge Kof ก็ยังคงเรียนรู้ฟังก์ชั่นการใช้งานในส่วนต่างๆ ของ SAP Business One อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางทีมงาน NDBS ก็ยังคงคอยให้ความสนับสนุนช่วยเหลือมาโดยตลอดทั้งในเวลางานและนอกเวลางาน แม้จะพบข้อจำกัดของระบบในบางการใช้งาน แต่ก็ยังสามารถหาทางออกร่วมกันมาได้อยู่เสมอ ทำให้ Huge Kof มีความประทับใจในบริการของ NDBS เป็นอย่างมาก

ธุรกิจโรงงานจะอยู่รอดได้ ต้องปรับตัวให้เร็วกว่าตลาด
คุณนีรนุชได้ให้คำแนะนำสำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตในไทย ถึงการเลือกใช้เทคโนโลยี ERP, Digital และ Automation ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพ, การลดต้นทุน และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดได้ ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะธุรกิจกาแฟเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรม เพราะการใช้เทคโนโลยีจะทำให้ธุรกิจปรับตัวได้เร็วขึ้น, สามารถทำนายแนวโน้มของอนาคตได้แม่นยำขึ้น, มีข้อมูลประกอบการทำธุรกิจที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยให้ทั้งองค์กรสามารถทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เศรษฐกิจพลิกผันอยู่ตลอด ถ้าเราไม่ปรับตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ ยังทำงานแบบ Manual จะทำให้เราปรับตัวช้า ไม่คล่องตัว” คุณนีรนุชกล่าว
ตัวอย่างเช่นหากหันมามองที่ธุรกิจของ Huge Kof เอง ก็ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเช่นกัน เพราะจากข้อมูลที่ได้ศึกษามานั้นก็พบว่ามีคนดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ราคาเมล็ดกาแฟนั้นก็ผันผวนอยู่ตลอด การมีระบบ ERP มาก็ทำให้ Huge Kof เห็นถึงต้นทุนที่มีความผันผวนนี้ได้ชัด และจัดการคลังวัตถุดิบให้ Lean มากขึ้น แม่นยำมากขึ้นได้ ซึ่งนอกจากการทำให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและคงคุณภาพของสินค้าเอาไว้ได้แล้ว การพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์คนในแต่ละกลุ่มให้ได้ทั้งคนรุ่นใหม่ คนทำงาน และผู้สูงวัยให้ได้ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน

Events
No events available